หัวข้อ การเต้นบูชาเทพเจ้า คืออะไร และมีที่มาจากไหน

มนุษย์เรากับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบจะสังคมทุกมุมโลกเลย สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในเรื่องความเชื่อเทพเจ้าก็คือ พวกเค้าจะต้องมีการบูชายัญ หรือ ถวายสิ่งของที่พวกเค้าคิดว่ามีค่าให้กับเทพเจ้านั้น ซึ่งอาจจะเป็นของกิน พืชพันธุ์ธัญญาหาร สัตว์เลี้ยง จนถึงชีวิตเลยก็ว่าได้ อีกหนึ่งประเพณีพิธีกรรมที่เห็นกันบ่อยก็คือ การเต้นบูชาเทพเจ้า สิ่งนี้คืออะไร มีที่มาจากไหน ตำนานของประเทศอินเดีย หากจะมองว่าเรื่องการเต้นบูชาเทพเจ้าของที่ไหนมีอิทธิพลต่อไทยมากที่สุดก็ต้องเป็นอินเดียอย่างแน่นอน เรื่องของพระศิวะถือว่าเป็นตัวแทนความเชื่อทางด้านการร่ายรำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการร่ายรำ 108 ท่าของพระศิวะ ที่นำมาจากตำนานการปราบปรามเหล่าฤาษีนอกรีต ถือว่าเป็นต้นแบบของการร่ายรำในเวลาต่อมา ซึ่งพวกเค้าเชื่อกันว่าหากต้องการจะประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับพระศิวะ หรือ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการร่ายรำ จะต้องเป็นการร่ายรำท่วงท่า 108 ท่าของพระศิวะก่อน จึงจะทำอย่างอื่นได้ รวมถึงการร่ายรำ 108 ท่า ยังเป็นการบูชาต่อเทพเจ้าพระศิวะโดยตรงอีกด้วย พวกเค้าเชื่อกันว่า หากบูชาเทพเจ้าพระศิวะด้วยการร่ายรำ 108 ท่าแล้ว จะทำให้โลกสงบสุข อยู่กันอย่างร่มเย็น อีกด้วย เทศกาลบูชาเทพแห่งไฟ ประเทศญี่ปุ่น ข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่ประเทศญี่ปุ่นกันบ้าง ที่นั่นมีวัฒนธรรมประเพณีที่เก่าแก่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการบูชาเทพเจ้าแห่งไฟตามความเชื่อ จังหวัดอาคิตะ มีพิธีดังกล่าวคล้ายกับเป็นงานเทศกาล และ ประเพณีโบราณผสมผสานกัน โดยจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยวิธีการรำเพื่อบูชานั้น จะเป็นการเอากระสอบฟางใส่ถ่านเอาไว้จากนั้นมัดเชือกให้แน่นเชือกยาวออกมาประมาณ 1 เมตร Read more about หัวข้อ การเต้นบูชาเทพเจ้า คืออะไร และมีที่มาจากไหน[…]

การเต้นรําสมัยใหม่ modern dance คืออะไร

ศาสตร์ทุกศาสตร์บนโลกใบนี้ต้องยอมรับว่า มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาตัวเองตลอดเวลา จนทำให้ศาสตร์ดังกล่าวแตกแขนงออกไปแบบใหม่ๆกันด้วย หากศาสตร์ไหนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย นั่นเท่ากับว่า ศาสตร์นั่นกำลังถอยหลังลงคลองอย่างแน่นอน การเต้นก็เช่นกันมันถูกพัฒนา เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย จนก้าวมาถึงยุคที่เรียกกันว่า การเต้นรำสมัยใหม่ หรือ modern dance มันคืออะไร การเต้นสมัยใหม่คืออะไร เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การเต้นสมัยใหม่คืออะไร การเต้นแบบนี้หมายถึงการเต้นที่เอาขนบธรรมเนียมประเพณีวิธีการเต้นของเดิมวางเอาไว้ก่อนโดยเฉพาะกฎของการเต้นบัลเล่ต์ แล้วยอมที่จะแหกกฎวิธีการเต้นแบบเดิม เพื่อให้การเต้นมีความหมายมากขึ้น และสื่อถึงอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม ตามประวัติบอกว่าการเต้นแบบโมเดิร์นแดนซ์ เกิดขึ้นหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนนั้นคนในวงการเต้นต้องการอะไรที่มันใหม่กว่าเดิม จึงสร้างทางออกมาเป็นโมเดิร์นแดนซ์ การเต้นแบบโมเดิร์น แดนซ์นั้นเอาตามตรงจะเป้นการเต้นถูกพัฒนามาจากการเต้นบัลเล่ต์นั่นแหละ แต่เน้นการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่า มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการแสดงออกมามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่า สีหน้า แววตา จะทำให้คนดูทราบว่า คนที่กำลังเต้นอยู่นั้นต้องการจะสื่ออะไรออกมา มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งนั้น หลักการของ โมเดิร์น แดนซ์ เอาตามตรงหลักการของ โมเดิร์น แดนซ์ นั้นก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ตายตัวนัก แต่มีก็การกำหนดรูปแบบคร่าวๆเอาไว้ดังนี้คือ หนึ่งท่าทางที่ยาก หมายถึงการแสดงออกของท่าทางที่บางครั้งดูจะเป็นท่าที่ต้องใช้การฝึกฝนขั้นสูง เช่น การเขย่าตัวลุกขึ้น การแขม่วกดกล้ามเนื้อ เป็นต้น สอง อาการที่นอกเหนือการควบคุม จะคล้ายกับข้อแรก การเต้นที่ติดดิน Read more about การเต้นรําสมัยใหม่ modern dance คืออะไร[…]

ท่ารําพระศิวะ 108 ท่า คืออะไร และมีที่มาจากไหน

พูดถึงความเชื่อในไทยต้องยอมรับว่ามีการผสมปนเปกันไปหมดทั้งของไทยดั้งเดิม จนถึงกลุ่มที่รับอิทธิพลมาจากประเทศอื่นไม่ว่าจะฝั่งตะวันตก ตะวันออก ไทยเราปรับตามได้หมด หนึ่งในเทพเจ้าตามความเชื่อที่มีคนติดตามอย่างมากก็คือ พระศิวะ การสักการะบูชานอกจากจะเป็นสิ่งของตามความเชื่อ ยังมีการสร้างท่ารำพระศิว 108 ท่าด้วย สิ่งนี้มันคืออะไรมาจากที่ไหน เรามาหาคำตอบกัน ตำนานท่ารำพระศิวะ 108 ท่า พระศิวะถือว่าเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งที่มีฤทธิ์มาก และมีประวัติมากมาย ประวัติเรื่องหนึ่งที่มีผลสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันเลยก็คือตำนานท่ารำพระศิวะ 108 ท่า เรื่องราวของตำนานเล่าถึงฤาษีกลุ่มหนึ่งที่ประพฤติตนนอกรีต ฝ่าฝืนเทวบัญชาทำให้เกิดเหตุอาเพศมากมาย ร้อนจนถึงพระศิวะต้องลงมาปราบฤาษีเหล่านี้ ในครานั้น พระศิวะทรงชักชวนพระนารายณ์เสด็จตามลงมาที่โลกมนุษย์ด้วยกันเพื่อปราบปรามฤาษีเหล่านั้น เมื่อปราบเสียสิ้นฤทธิ์แล้ว พระศิวะทรงฟ้อนรำขึ้น ขณะที่ฟ้อนรำอยู่นั้น ได้มียักษตนหนึ่ง มาช่วยพวกฤาษีเหล่านั้นเอาไว้ นั่นทำให้พระศิวะต้องปราบยักษ์ตัวนั้นด้วยการเหยียบหน้าอกไว้ จากนั้นก็รำต่อเนื่องจนครบ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เกิดการเทวรูปที่ชื่อว่า ปางนาฏราช (ปางนี้จะมีท่าทางยืนขาเดียวขาอีกข้างหนึ่งยกสูงเหมือนจะขัดกัน แขนขวาจะตั้งมือฉากขึ้นแบบมือ ส่วนแขนซ้าย จะเอามาต่อกับแขนขวาแต่คว่ำมือลง) ที่เป็นต้นกำเนิดของท่วงท่าการร่ายรำในเวลาต่อมา หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้น พระศิวะกลับเข้าไกรลาศ และ พระนารายณ์ทรงกลับเกษียรสมุทร ต่อมาพระยาอนันตนาคราชได้ติดตามพระเจ้าทั้งสองไปในภารกิจปราบปรามพวกฤาษีด้วย ท่านทรงประทับใจการร่ายรำของพระศิวะมาก อยากจะชมการร่ายรำดังกล่าวอีก พระนารายณ์จึงนัดกับพระศิวะไปฟ้อนรำให้ดูอีกครั้งบนโลกมนุษย์ เชื่อกันว่าการรำคราวนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลจิดรัมบรัม (ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียในปัจจุบัน) พระศิวะได้ฟ้อนรำอีกครั้งอย่างงดงามถึง 108 ท่า จากความงดงามในท่วงท่าร่ายรำดังกล่าว Read more about ท่ารําพระศิวะ 108 ท่า คืออะไร และมีที่มาจากไหน[…]